วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ระหว่าง.....เรา




ที่นั่นหนาวไหม เธอหนาวไหม



ขอบคุณ..
ทุกๆความใส่ใจ ห่วงใย ที่มีให้
ฉันอบอุ่น ปลอดภัยทุกครั้งที่มีเธออยู่

ทุกคืนที่มีแสงดาว
สาดส่องเต็มราวฟ้า

ฉันส่งความคิดถึงไป
พร่างพราย กระจายเต็มฟ้านั่น
 ฝาก..สายลมกระซิบข้างหูเธอเบาๆว่า
แม้วันเวลา จะเปลี่ยนไปอย่างไร

แต่..หัวใจฉันยังคงอยู่ตรงนั้น
ตรงที่เดิมที่เธอเคยเห็นและมันยังคงเป็นของเธอ
เป็นของเธอ..เช่นนั้นเสมอ
 ...ตลอดไป...

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บอกรักพ่อ

                ตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมาเกี๊ยวดีใจและภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อ  ความรักที่พ่อมอบให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น  ไม่ว่าเกี๊ยวจะเกเร  เกี๊ยวจะงอแง  หรือบางครั้งเอาแต่ใจโดยไม่มีเหตุผล  แต่พ่อก็ยังใจดีกับเกี๊ยวตลอดเวลา  พ่อเป็นหัวหน้าที่ดีของครอบครัว  เป็นตัวอย่างที่ดีของลูกๆ พ่อไม่ดื่มเหล้า  ไม่สูบบุหรี่  ทุกๆสิ่งที่พ่อทำมันคือคำสอนที่ลูกได้รับจากพ่อ  หลายๆปีมานี่เกี๊ยวรู้พ่อเหนื่อย  เกี๊ยวอยากให้พ่อได้พักผ่อนบ้าง  กลางเดือนนี้เราไปทะเลกันนะคะพ่อ  แต่วันนี้พ่ออย่าลืมนะเรามีนัดกันแล้ว  เรานัดไปทานข้าวกัน   ทุกวันนี้เกี๊ยวอาจจะยังไม่เป็นที่น่าภูมิใจของพ่อเท่าไหร่  แต่เกี๊ยวจะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป  อยากจะบอกพ่อว่าเกี๊ยวและพี่กอล์ฟรักพ่อมากๆนะคะและก็รักทุกๆวัน  ขอให้พ่อมีสุขภาพที่แข็งแรง  มีความสุขที่เต็มเปี่ยมในหัวใจตลอดเวลา
                    
                                                                                                     รักพ่อค่ะ
                                                                                             ดาวดวงน้อยของพ่อ

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ปกหนังสือ

         วันนี้แวะมาอัพบล็อกแต่เช้าหลังเสร็จสิ้นภาระกิจทั้งหลายที่หนักอึ้งมาตลอดจนถึงสิ้นเดือน  ช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว  ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ  ช่วงนี้ก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไรดีสมองไม่แล่นเลย  แต่การที่มีคนเข้ามาติดตามอ่านบล็อกของเรามันก็เป็นความสุขของคนทำบล็อกค่ะ  ขอบคุณทุกกำลังที่ส่งมาให้........รับไว้แล้วทุกคนในหัวใจ
        
          จะไม่กล่าวถึงกูรูคงไม่ได้เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต   บางครั้งทุกข์มาก็โยนลงไปในนั้น  สุขมาก็ดีใจอยากให้คนอื่นรับรู้  หลากหลายอารมณ์ในกูรู สุข ทุกข์  ดีใจ  เสียใจ  ร้องไห้  แต่กำลังใจที่ได้รับมายิ่งใหญ่ในใจเสมอ  ขอบคุณเพื่อนทุกๆไอดี  ขอบคุณทุกๆมิตรภาพ  เชื่อเสมอว่าโลกยังหมุนไปพร้อมๆกับมิตรภาพที่พวกเราหยิบยื่นให้กันเสมอมาที่ทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆเยอะแยะ  ทุกคนเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่ให้เราเลือกอ่าน


แรกเริ่มที่เราได้พบใคร
มันก็เหมือนเรามองแค่ปกหนังสือ
หนังสือบางเล่ม ปกสวยสะดุดตาชวนมอง
แต่เนื้อหาข้างในไม่ได้เรื่องก็มี
ในขณะที่หนังสือบางเล่ม ดูแค่ปกก็ไม่อยากหยิบ
มันช่างจืดชืด และไร้ชีวิตชีวาเสียนี่กระไร
แต่กลับเต็มไปด้วยสาระประโยชน์ชนิดที่เราคาดไม่ถึงก็เยอะ
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราไปเจอหนังสือที่ทั้งปกสวย
และเนื้อหาสาระเพียบพร้อมบริบูรณ์
อ่านแล้วติดตาต้องใจ
ชวนให้หยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักเบื่อ
หนังสือนั้นก็คงเป็นหนังสือประเภทท็อปเท็น
และติดอันดับอยู่ร่วมสมัยได้นานทีเดียว


เราเองอาจไม่รู้หรอกว่าตัวเรานั้นเป็นหนังสือชนิดไหน
อาจจะไม่ได้ความในสายตาของคนๆหนึ่ง
แต่เป็นที่ประทับใจของอีกคนหนึ่งก็ได้
มันขึ้นอยู่กับความพอใจของคนอ่านต่างหาก
ว่าเขาสามารถเข้าถึงความเป็นตัวเราได้แค่ไหน
หรือมันสมประโยชน์ของเขาเพียงใดต่างหาก


ใครบางคนอาจจะมองแค่ปก
หรือแค่คำโปรยของเนื้อหาในเล่ม
คือเห็นแค่หน้าตาท่าทาง
หรือบางทีเขาอาจจะอ่านแค่คำนำของหนังสือ
รู้จักเพียงผิวเผินแล้วก็อยากโยนทิ้งไป
โดยไม่มองเข้าไปถึงข้างในสักนิดเดียวก็ได้
แต่คนบางคนใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ข้างในมากกว่าแค่ปก
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนอีกนั่นแหละ


แต่ในชีวิตของคนเราจริงๆไม่ได้มีแค่นั้น
ชีวิตมีรายละเอียดมากมายถ้าเปรียบเทียบให้เป็นหนังสือสักเล่ม
มีทั้งคำนำ คำปรารภของคนเขียน
เนื้อหา บทสรุป บทแทรก และบรรณานุกรม
ที่เราไม่ควรละเลยที่จะใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้
เพราะนั่นหมายถึงเนื้อแท้ของหนังสือนั้นจริงๆ